Loading...

นักศึกษา มธ. และทีม โชว์ผลงาน ‘Nerth AI’ แพลตฟอร์ม AI เพื่อ SME ไทย คว้ารางวัลในงาน ‘Super AI Engineer’

นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และทีม พัฒนาปัญญาประดิษฐ์ Nerth AI คว้ารางวัลชนะเลิศ Startup Pitching ในงาน Super AI Engineer: The 5th National AI Exhibition

วันศุกร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ.2568

     “การพัฒนา Nerth AI ให้เป็น Data & AI Platform แบบ no-code / low-code ที่ต่อกับแหล่งข้อมูลได้หลากหลาย และสร้าง Workflow ใช้งาน AI ได้จริงในองค์กร.... นี่คือเป้าหมายในอนาคตของพวกเราครับ”

     ในวันที่เทคโนโลยีเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่คนจำนวนมากยัง ‘เข้าไม่ถึง’ การใช้ประโยชน์จาก AI จริง ๆ กลายเป็นจุดเริ่มต้นของ Nerth AI แพลตฟอร์มที่ตั้งใจทำให้เทคโนโลยีซับซ้อนกลายเป็นสิ่งที่ทุกคนเข้าถึงได้ โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SME ที่ต้องรับมือกับงานหลังบ้านนับไม่ถ้วนในทุก ๆ วัน

     ล่าสุด นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้แก่ ณภัทร สิริภาสกรเดช, ชวภัทร พีชะพัฒน์ นักศึกษาคณะเศรษฐศาสตร์ และอลิสา คำสมุทร นักศึกษาคณะพาณิชยศาสตร์เเละการบัญชี และนักศึกษาจากสาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ประยุกต์ คณะวิทยาศาสตร์ มจธ. พัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) ‘Nerth AI’ คว้ารางวัลชนะเลิศ Startup การแข่งขัน Startup Pitching ในงาน Super AI Engineer: The 5th National AI Exhibition รวมพลังคนไทยด้านปัญญาประดิษฐ์ครั้งใหญ่ ฉลองครบรอบ 5 ปี โครงการ Super AI Engineer และ 10 ปี สมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIAT) ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พระราม 9

     ซึ่งเบื้องหลังของโปรเจ็กต์นี้คือทีมคนรุ่นใหม่ที่ผสานความรู้ทั้งเศรษฐศาสตร์ พาณิชยศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน และนี่คือเรื่องราวของจุดเริ่มต้น ความท้าทาย และบทเรียนจากสนามแข่งขันที่ทำให้ Nerth AI เติบโตขึ้น เพื่อเข้ามาเป็นตัวช่วยสำคัญให้ SME ไทย

จุดเริ่มต้นของการพัฒนา ‘Nerth AI’

     แรงบันดาลใจของการพัฒนา ‘Nerth AI’ เริ่มจากตอนเรียนคลาส AI แล้วเห็นว่าคนไทยหลายกลุ่ม ทั้งเพื่อนในคลาส คนทำงาน และผู้ประกอบการ ‘อยากใช้ AI แต่เข้าไม่ถึง’ เพราะต้องเขียนโค้ด ใช้เครื่องมือยาก และต้องพึ่งทีมเทคนิค ทำให้คนที่ได้ใช้ AI จริง ๆ มีแค่ส่วนน้อย ทั้งที่มันช่วยลดงานประจำและต่อยอดไอเดียได้อีกมาก

     ทางทีมเลยตั้งใจพัฒนา Nerth AI ให้เป็นแพลตฟอร์มที่คุยกับระบบด้วยภาษาคนได้ ช่วยเตรียมข้อมูล สร้าง Workflow และต่อกับโมเดล AI อัตโนมัติ เพื่อให้คนไทยทุกกลุ่มสามารถเรียนรู้และเอา AI ไปใช้ทำงานจริงได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องเก่งโค้ด และลดเวลาที่เสียไปกับงานซ้ำ ๆ ซึ่งปัจจุบัน มีการนำเอา Nerth AI ไปใช้ประโยชน์ในด้านธุรกิจของ SME ไทย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเเละเพิ่มขีดจำกัดการเเข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการตลาด และระบบบริหารข้อมูลหลังบ้าน

แนวคิดการผสานความรู้ด้านเศรษฐศาสตร์ พาณิชยศาสตร์ และวิทยาศาสตร์กับเทคโนโลยี AI

     ณภัทร: เศรษฐศาสตร์เป็นศาสตร์ดีที่สุดในการสอนให้เราดูภาพรวมและส่งสัญญาณเตือนว่า ปัจจุบันเศรษฐกิจของประเทศเผชิญภัยครั้งใหญ่ โดยเห็นจาก SME ไทยที่คิดเป็นสัดส่วน 99.5% ของธุรกิจของประเทศ โดยคิดเป็นการจ้างงานกว่า 70% ซึ่งธุรกิจ SMEs เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการจ้างงานและผลผลิตทางเศรษฐกิจ แต่สามารถขับเคลื่อน GDP ได้เพียง 1 ใน 3 ของประเทศเท่านั้น ซึ่งต่างจากประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น ประเทศสิงค์โปร์ที่มี SME น้อยกว่าเรา แต่สร้างการเติบโตของ GDP ได้เกือบ 1 ใน 2 เป็นเพราะส่วนหนึ่งสิงค์โปร์เป็นประเทศที่ SME สามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลและเทคโนโลยีได้อย่างชาญฉลาด

     ทีมเราจึงมาตั้งคำถามว่า ‘เราจะทำอย่างไรให้ประเทศไทยได้ใช้ข้อมูลและเทคโนโลยี’ เพื่อปลดล็อกศักยภาพสูงสุดของผู้ประกอบการไทย ทีมเราพยายามทำความเข้าใจหลังบ้านและศึกษาข้อมูลการทำธุรกิจของ SME ผ่านศาสตร์ของธุรกิจที่มองหาปัญหาข้างใน นำไปสู่การแก้ไขปัญหาผ่านกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีที่จะเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบการ SME ไทยได้

พูดถึงความท้าทายระหว่างการพัฒนาโปรเจ็กต์

     อลิสา: ความท้าทายใหญ่ที่สุดระหว่างการพัฒนา ‘NerthAI’ คือการทำให้เทคโนโลยีที่ซับซ้อนมาก ๆ อย่าง AI และ Data Workflow ให้กลายเป็นสิ่งที่ SME ทุกประเภทสามารถใช้งานได้จริง โดยไม่ต้องมีพื้นฐานด้านเทคเลย เพราะโจทย์ของ SME ทั้งธุรกิจอาหาร รีเทล ความงาม โรงงาน และการบริการอื่น ๆ ซึ่งแต่ละรายมีวิธีจัดการข้อมูลที่ต่างกัน ทีมเราจึงต้องคิดให้ลึกว่า จะออกแบบระบบให้ยืดหยุ่นพอสำหรับธุรกิจหลายแบบได้อย่างไร และจะต้องเรียบง่ายพอให้ทุกคนเริ่มใช้งานได้ทันที อีกสิ่งที่เป็นความท้าทายสำหรับพวกเราที่สำคัญมาก ๆ คือ การลงพื้นที่คุยกับ SME เยอะมาก ๆ เพื่อให้เข้าใจปัญหาจริง และการออกแบบผลิตภัณฑ์แบบ Human-centered ที่เริ่มจากผู้ใช้ก่อนเสมอ

     “ในวันนี้ NerthAI ถูกทำขึ้นมาเพื่อเป็น AI ที่ทุกคนสามารถใช้ได้จริง โดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็กที่มีเวลาและทรัพยากรจำกัด ‘พวกเราเชื่อว่าเทคโนโลยีควรเข้าถึงง่าย และสร้างผลลัพธ์ได้ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มใช้งาน’”

แชร์ประสบการณ์การแข่งขัน

      ชวภัทร: การร่วมแข่งขันในครั้งนี้มีคุณค่าสำหรับพวกเราอย่างมากครับ ทั้งจากการลงมือทำด้วยตัวเองและจากคำแนะนำของผู้ใหญ่ที่มีประสบการณ์ ช่วยให้เรามองเห็นภาพจริงของปัญหาในสังคมชัดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Painpoint ที่ผู้คนและผู้ประกอบการต้องเจอในชีวิตประจำวัน ซึ่งตลอดช่วงการเตรียมงาน พวกเราได้ทำการบ้านและศึกษาเชิงลึกเกี่ยวกับระบบธุรกิจ SME ซึ่งทำให้เราเข้าใจมากขึ้นว่า ‘หลังบ้าน’ ของกิจการต่าง ๆ มีความยุ่งยากแค่ไหน ทั้งเรื่องข้อมูลที่กระจัดกระจาย แรงงานที่ต้องทำงานซ้ำ ๆ และต้นทุนเวลาที่สูญเสียไปโดยไม่จำเป็น จากการศึกษาข้อมูลทั้งหมดนี้ เราเริ่มเห็นภาพชัดเจนว่า AI สามารถเข้าไปช่วยแก้ปัญหาส่วนไหนได้บ้าง ไม่ว่าจะเป็นการช่วยจัดการข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงธุรกิจ แรงงาน หรือการยกระดับการตัดสินใจของเจ้าของกิจการ

     “การแข่งขันนี้ยังทำให้เราได้เห็นการพัฒนาของเทคโนโลยี AI ที่ก้าวกระโดดมาก ๆ ในช่วงเวลาอันสั้น มีทั้งเครื่องมือและแพลตฟอร์มใหม่ ๆ ที่เริ่มเข้ามาทดแทนงานเดิมที่เคยต้องใช้แรงคนจำนวนมาก ทำให้เรามั่นใจมากขึ้นว่า AI จะเป็นส่วนสำคัญในการเปลี่ยนโฉมวิธีการทำธุรกิจในอนาคต”

     รางวัลนี้เป็นเครื่องยืนยันถึงแนวคิดและความตั้งใจของทีมในการพัฒนาแพลตฟอร์ม No-Code AI & Data Platform สำหรับคนไทย และสะท้อนถึงเป้าหมายในการผลักดันให้ SME และองค์กรในประเทศสามารถใช้เทคโนโลยี AI ได้อย่างแท้จริง สามารถทดลองใช้งาน NerthAI ได้ที่ https://nerth.ai