มธ. จับมือ สสส. แถลงความสำเร็จโครงการ-พร้อมเป็นต้นแบบ ‘มหาวิทยาลัยสุขภาวะดีแห่งอนาคต’
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับ สสส. แถลงความสำเร็จโครงการมหาวิทยาลัยสุขภาวะดีแห่งอนาคต พร้อมโชว์ TU Future Wellness App ให้บริการแล้วกว่า 6,000 คน
วันอังคารที่ 9 กันยายน พ.ศ.2568

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับสำนักสนับสนุนสุขภาวะองค์กร (สำนัก 8) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เปิดเวที “สรุปบทเรียนและความสำเร็จโครงการมหาวิทยาลัยสุขภาวะดีแห่งอนาคต” Future Wellness University: Closing Press Conference เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2568 ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต

รศ. นพ.พฤหัส ต่ออุดม รองอธิการบดีฝ่ายบริหารศูนย์สุขศาสตร์ มธ. และประธานกรรมการอำนวยการโครงการฯ กล่าวว่า โครงการนี้ประสบความสำเร็จเป็นผลมาจากการทำงานร่วมอย่างเป็นระบบ โดยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เราได้จัดกิจกรรมที่ครอบคลุมทุกมิติ เช่น สุขภาวะทางกาย: โครงการ "TU Future Wellness Fit Journey" มีผู้เข้าร่วม 120 คน สามารถเพิ่มการออกกำลังกายได้เฉลี่ยจาก 1 วันเป็น 3 วันต่อสัปดาห์ ภายในระยะเวลา 12 สัปดาห์ และช่วยลดความเครียดพร้อมกับเพิ่มคุณภาพการนอนหลับที่ดีขึ้น สุขภาวะทางใจ: มีการจัดกิจกรรม “Mental Health Check-up Day” ซึ่งเข้าถึงนักศึกษาและบุคลากรมากกว่า 620 คน และสามารถส่งต่อผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิตรุนแรงให้ผู้เชี่ยวชาญดูแลได้อย่างทันท่วงที
สุขภาวะทางสังคม: จัดกิจกรรม “Thammasat Hackathon: Future Wellness” เพื่อให้นักศึกษาได้พัฒนานวัตกรรมด้านสุขภาวะใหม่ ๆ เช่น แอปพลิเคชัน Nous (นูซ) สำหรับส่งเสริมสุขภาพจิต สุขภาวะทางสิ่งแวดล้อม: จัดแคมเปญรณรงค์ “ไม่เร็ว ไม่ล้ม ไม่ก้มดูจอ” เพื่อลดอุบัติเหตุจากการจราจรในพื้นที่ ซึ่งพบว่าสามารถลดได้ถึง 55% ต่อเดือน รวมทั้งยังมีกิจกรรม “เน้นสุข ไม่เน้นสูบ” เพื่อให้มหาวิทยาลัยปลอดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า
“อีกหนึ่งความสำเร็จคือการพัฒนา TU Future Wellness Application ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มหลักในการเก็บข้อมูลสุขภาวะและให้บริการด้านสุขภาพ มีผู้ใช้งานกว่า 6,000 คน และมีการส่งต่อเข้าสู่ระบบบริการสุขภาพจิตแล้วกว่า 1,200 คน ถือเป็นเครื่องมือดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ครอบคลุมไปถึงการประเมินผล ทั้งประเด็นสุขภาวะจิตเบื้องต้น , การติดบุหรี่ , ดัชนีความสุข และมิติสุขภาวะเฉพาะด้านกว่า 10 รูปแบบ ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถประเมินตนเองและรับคำแนะนำได้อย่างตรงจุด” รศ.นพ.พฤหัส กล่าว

คุณพงษ์ศักดิ์ ธงรัตนะ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะองค์กร (สำนัก 8) สสส. กล่าวว่า การสนับสนุนโครงการฯ นี้ เกิดจากความสอดคล้องเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างโครงการกับพันธกิจหลักของ สสส. ในการขับเคลื่อนสังคมให้มีสุขภาวะที่ดีอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในอนาคต โดย สสส. ได้ร่วมสนับสนุนในมิติต่าง ๆ รวมถึงให้คำปรึกษาในทุกขั้นตอน ความสำเร็จของโครงการสะท้อนถึงพลังความร่วมมือระหว่างผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร นักศึกษา และภาคีเครือข่าย ที่ทำให้แนวคิดเรื่องสุขภาวะ ก้าวออกจากนโยบายสู่การปฏิบัติที่เป็นจริง ผลลัพธ์ของโครงการฯ ยังส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรมและสุขภาพ ที่ลดปัจจัยเสี่ยงและสร้างวินัยสุขภาวะ

“โครงการฯ ยังผลักดันให้เกิดระบบและนโยบายมหาวิทยาลัยสุขภาวะดีแห่งอนาคต เป็นกรอบการดำเนินงานด้านสุขภาวะในระดับมหาวิทยาลัย พร้อมขับเคลื่อนนวัตกรรมและเทคโนโลยีผ่านแอปพลิเคชัน TU Future Wellness ที่สอดคล้องกับนโยบายมหาวิทยาลัย และสัมพันธ์กับกรอบการดำเนินงานระดับสากล เช่น SDGs3 และกรอบการดำเนินงานของ ASEAN University Network – Health Promotion Network (AUN-HPN) ความร่วมมือจากเครือข่ายทั้งหมดนี้ ล้วนเป็นปัจจัยผลักดันมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ให้ก้าวสู่การเป็น “มหาวิทยาลัยสุขภาวะดีแห่งอนาคต” ที่จะเป็นต้นแบบให้กับมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ในระดับชาติ และนานาชาติต่อไป” คุณพงษ์ศักดิ์ กล่าว

ผศ. ดร.ธันยพร สุนทรธรรม ผู้อำนวยการสถาบันอาณาบริเวณศึกษา และหัวหน้าโครงการฯ กล่าวว่า การดำเนินงานของโครงการมหาวิทยาลัยสุขภาวะดีแห่งอนาคตนั้นสอดคล้องกับนโยบายของท่านอธิการบดี ในด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตของนักศึกษา และการเป็นมหาวิทยาลัยสุขภาวะสำหรับบุคลากร ดังนั้น แม้ระยะเวลาการดำเนินโครงการฯ ในระยะแรกนี้จะสิ้นสุดลง แต่คณะผู้ดำเนินโครงการนั้นก็ได้วางแผนเพื่อสานต่อโครงการในระยะถัดไป เพื่อไม่ให้เกิดช่องว่างในด้านการดูแลสุขภาวะของคนธรรมศาสตร์
“เรามุ่งขยายกลุ่มเป้าหมายไปสู่กลุ่มผู้ที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ เช่น กลุ่มบุคลากรที่อยู่ในช่วงใกล้เกษียณอายุราชการ หรือกลุ่มนักศึกษาเปราะบางที่ต้องได้รับความใส่ใจเป็นพิเศษ และสานต่อกิจกรรมเรือธงของโครงการฯ ในระยะแรก อย่าง Mental Health Check-up Day ที่มีบทบาทสำคัญในการคัดกรองและดูแลสุขภาพใจของนักศึกษา และกิจกรรม TU Future Wellness Fit Journey ที่เน้นเรื่องสุขภาวะทางกาย และยังการผลักดันให้มีงบประมาณส่วนกลาง โดยโครงการฯ เพื่อสนับสนุนผู้มีความสามารถด้านการทำงานส่งเสริมสุขภาวะ เพื่อแก้ไขปัญหาด้านสุขภาวะในหน่วยงานของตนเองได้อย่างเต็มศักยภาพ” ผศ. ดร.ธันยพร กล่าว

โดยภายในมีการจัดแสดง นิทรรศการ “Wellness Journey” ซึ่งถ่ายทอดเรื่องราวการเดินทางของโครงการ และแรงบันดาลใจในการสร้างพื้นที่ดูแลชีวิตของนักศึกษาและบุคลากร การนำเสนอกิจกรรมและการดำเนินงานที่เกิดขึ้นจริง รวมถึงการใช้เทคโนโลยีเพื่อขับเคลื่อนสุขภาวะ จนถึงผลสัมฤทธิ์เชิงระบบที่เกิดการเปลี่ยนแปลงในด้านนโยบาย การยกระดับการดูแลสุขภาพ และการสร้างวัฒนธรรมสุขภาวะที่ยั่งยืนในสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ในมหาวิทยาลัย


